ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567 และแนวโน้มในปี 2568
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปี 2567
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ปี 2568 อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการให้บริการดิจิทัล คาดว่าจะยังคงทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการใช้งานข้อมูลและการมุ่งเน้นคุณภาพ
ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคงทิศทางการเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าในผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรธุรกิจคงแนวโน้มเติบโตจากความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567 และแนวโน้มในปี 2568

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
49%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
48%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการ
ภาวะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่: ส่วนแบ่งการตลาดปี 2567
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
46%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
47%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการ
ภาวะอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: ส่วนแบ่งการตลาดปี 2567
ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567
อุตสาหกรรมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโต อย่างระมัดระวัง
ในปี 2567 เศรษฐกิจไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคการส่งออกจะชะลอตัวจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในต่างประเทศ ที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทยประกอบด้วยผู้ให้บริการหลัก 2 รายและรัฐวิสาหกิจ 1 ราย (บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘เอ็นที’) ในปี 2567 รายได้ของอุตสาหกรรมเติบโตขึ้น 4% จากปี 2566 มีมูลค่า 300,000 ล้านบาท จากความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพและการส่งเสริมการใช้งาน 5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของประชากรไทย โดยผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด
5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของประชากรไทย โดยผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด ผู้ให้บริการยังได้มุ่งเน้นนำเสนอแพ็กเกจบริการเสริมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อาทิ แพ็กเกจพ่วงคอนเทนต์ความบันเทิง แพ็กเกจร่วมกับบริการวิดิโอสตรีมมิ่งและแพ็กเกจเสริมรายวัน เป็นต้น ประกอบกับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้งานทั้งอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปี 2566 โดยมีจำนวนเลขหมายทั้งสิ้น 96 ล้านเลขหมาย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 145 ของจำนวนประชากรไทย
ด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและบริการ การขยายตัวของการใช้งาน 5G และการนำเสนอบริการเสริมที่หลากหลายส่งผลให้เอไอเอสมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เติบโตขึ้นร้อยละ 2.0 และผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 สามารถเติบโตรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่าร้อยละ 4.8 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้อุตสาหกรรม โดย ณ สิ้นปี 2567 เอไอเอสยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเชิงผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 48 1 และส่วนแบ่งการตลาดในเชิงรายได้ที่ร้อยละ 49 2
1 ไม่รวมผู้ใช้บริการจากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (‘เอ็นที’)
2 ไม่รวมรายได้จากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (‘เอ็นที’)
อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานในพื้นที่ใหม่
ณ สิ้นปี 2567 อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีมูลค่าอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2566 กว่าร้อยละ 2 จากการขยายตัวของชุมชนเมืองในประเทศไทย ที่ส่งผลให้ความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลสื่อสารดิจิทัลสูงขึ้น ในขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมค่อนข้างทรงตัว ผู้ให้บริการให้ความสำคัญกับการนำเสนอบริการด้วยคุณภาพ และบริการเสริมที่หลากหลายมากกว่าอินเทอร์เน็ตบ้านในรูปแบบเดิม ด้านผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10.6 ล้านครัวเรือน เติบโตขึ้นร้อยละ 2.5 จาก ณ สิ้นปี 2566 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อครัวเรือนไทยที่ร้อยละ 36 (จากจำนวนครัวเรือนไทยทั้งสิ้น 29 ล้านครัวเรือน*) และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ของอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2566 สอดคล้องกับภาพการแข่งขันที่ทรงตัวและการมุ่งเน้นบริการเสริมด้านดิจิทัล
ในปีที่ผ่านมาธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของเอไอเอสได้มุ่งเน้นไปที่กระบวนการควบรวมกับ ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2566 โดยให้ความสำคัญการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน การนำเสนอแพ็กเกจที่หลากหลายเพื่อสร้างประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม และการนำเสนอแพ็กเกจที่มีบริการครบวงจรทั้งอินเทอร์เน็ตบ้านคุณภาพสูงและคอนเทนต์ความบันเทิง โดย ณ สิ้นปี 2567 เอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกว่า 5.0 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้น 267,000 ครัวเรือน หรือร้อยละ 5.6 จากสิ้นปี 2566 และมีรายได้เติบโตขึ้นร้อยละ 116 มีส่วนแบ่งการตลาดเชิงผู้ใช้งานและเชิงรายได้ที่ร้อยละ 47 และร้อยละ 46 ตามลำดับ
บริการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของภาคธุรกิจไทย
อุตสาหกรรมการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับลูกค้าองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 10 และมีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 160,000 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของความต้องการใช้งานดิจิทัลในองค์กร แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกโดยรวมจะฟื้นตัวได้จำกัด สำหรับบริการหลักที่ยังคงมีความต้องการสูง ได้แก่ บริการโครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Internet of Things หรือ IoT) และบริการด้าน Ai เป็นต้น โดยที่บริการเหล่านี้เป็นโอกาสแก่ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่มีฐานลูกค้าองค์กรอยู่แล้วสามารถสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่กลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ร่วมกับการจับมือเป็นพันธมิตรคู่ค้าระดับโลกที่จะช่วยนำสินค้าและบริการเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มการนำเสนอสู่ลูกค้าองค์กรได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
สำหรับเอไอเอสได้มุ่งเน้นการให้บริการสำหรับลูกค้าองค์กรด้วยบริการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อข้อมูล อาทิ โครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล EDS โครงข่าย 5G สำหรับธุรกิจ คลาวด์และศูนย์ข้อมูล ต่อยอดด้วยบริการโซลูชั่นเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานในธุรกิจ ซึ่งอำนวยความสะดวกในการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงานแบบครบวงจร กลยุทธดังกล่าวส่งผลให้รายได้จากการให้บริการลูกค้าองค์กรที่ไม่รวมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Enterprise non-mobile business) ของเอไอเอสสามารถเติบโตได้กว่า 22% จากปี 2566
แนวโน้มในปี 2568
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการใช้งานข้อมูลและการมุ่งเน้นคุณภาพ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปี 2567 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คาดการณ์การขยายตัว GDP ไทยปี 2568 อยู่ระหว่างร้อยละ 2.3 - 3.3 3 จากการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายภาครัฐ การขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวสู่ระดับก่อนโควิด-19 แม้จะมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนไทยในระดับสูงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่คาดว่าจะเติบโตตามความต้องการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น และจากการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐซึ่งจะส่งผลดีต่อการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่จะส่งผลดีต่อการใช้งานระหว่างประเทศและบริการโรมมิ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้กลุ่มอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะที่การแข่งขันในปีหน้าคาดว่าจะยังคงทรงตัว โดยผู้ให้บริการยังมุ่งเน้นไปที่การแข่งขันนำเสนอบริการด้วยคุณภาพ บริการเสริมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการดิจิทัลของผู้ใช้งาน และการมุ่งเน้นสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความคุ้มค่าและได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สูงขึ้น
แนวโน้มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอสในปี 2568 ยังคงมุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ ด้วยการส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูงที่ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยคุณภาพโครงข่าย 5G เทคโนโลยีขั้นสูง และมุ่งเน้นนำเสนอแพ็กเกจที่เหมาะสมต่อลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
3 ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สามของปี 2567 และแนวโน้มปี 2567 – 2568 วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคงทิศทางการเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าในผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
ตลาดอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังคงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมดิจิทัล ร่วมกับอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบ้านต่อจำนวนครัวเรือนในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณร้อยละ 37 แสดงให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตจากการขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ในขณะที่แนวโน้มการแข่งขันด้านในปี 2568 คาดว่าจะทรงตัวโดยผู้ให้บริการมุ่งเน้นการนำเสนอแพ็กเกจด้วยคุณภาพและบริการหลากหลาย อาทิ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้านร่วมกับการพ่วงวิดิโอคอนเทนต์ แพ็กเกจความเร็วสูงสำหรับผู้เล่นเกมส์ อุปกรณ์เชื่อมต่อบ้านอัจฉริยะ (IoT Smart Home Solution) เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการยุคดิจิทัลของผู้บริโภค ทำให้แนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการและมูลค่าอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอไอเอสตั้งเป้าหมายการเติบโตในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มากขึ้นกว่า 5.0 ล้านครัวเรือนทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่และบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม สอดรับกับความต้องการดิจิทัลของลูกค้า และจากการผสานโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่มีความครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 20 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่ใหม่ เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตรายได้ให้แก่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของเอไอเอส
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรธุรกิจคงแนวโน้มเติบโตจากความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ
เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภาคธุรกิจไทยที่นำดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกยังได้ขยายการลงทุนในประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายไทย ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้มีความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น โครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูล บริการคลาวด์ และศูนย์ข้อมูล (Cloud and Data Center) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างโอกาสในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าองค์กรธุรกิจในอนาคต
เอไอเอสมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรในปี 2568 และยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลในภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับบริการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อ เช่น เทคโนโลยีโครงข่ายการเชื่อมต่อคุณภาพสูง บริการคลาวด์ผ่านพันธมิตรระดับโลก และบริการศูนย์ข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เอไอเอสยังมีการนำเสนอแพลตฟอร์มและโซลูชันดิจิทัลที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเติบโตไปด้วยกันระหว่างเอไอเอสและลูกค้าองค์กร