
รายงานประจำปี 2567 รูปแบบดิจิทัล


เอไอเอสเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มุ่งส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน
กานต์ ตระกูลฮุน / ประธานกรรมการบริษัท
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
“เอไอเอสเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มุ่งส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน”
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
เอไอเอสมุ่งมั่นยกระดับองค์กร สร้างความแข็งแกร่งในหลากหลายมิติ
ในปี 2567 เอไอเอสเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือจากพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า และพันธมิตรในทุกภาคส่วนเรามีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสรรค์คุณค่าและยกระดับขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ การดูแลลูกค้าและการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ "มุ่งขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัลที่ยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ" เราพร้อมพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในยุคปัจจุบันและอนาคต
ในนามของทุกฝ่ายในองค์กร ขอเรียนให้ท่านผู้ถือหุ้นทราบว่า ในปีที่ผ่านมา เอไอเอสได้ประสบความสำเร็จ ในการพัฒนาองค์กรในหลายมิติไม่ว่าจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานการสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่อวางรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการองค์กรด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี นอกจากนี้ เอไอเอสยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เช่น การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทย โดยสรุปการดำเนินงานในแต่ละด้าน ดังนี้
ผู้นำการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล
ปี 2567 เอไอเอสยังคงความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อสร้างความมั่นใจในการส่งมอบ บริการเหนือระดับให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ เสริมสร้างการพัฒนา ด้านดิจิทัลให้แก่สังคมไทย โดยมีความสำเร็จในการยกระดับการดำเนินงาน ด้วยยุทธศาสตร์ดิจิทัลในด้านต่างๆ ดังนี้
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure)
เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ ทั้งการขยายโครงข่าย 5G อย่างต่อเนื่องครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 95 ของประชากรไทย การขยายโครงข่ายไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมกว่า 20 ล้านครัวเรือนไทย และการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อมอบบริการคุณภาพสูงและสร้างการเติบโตของรายได้อย่างยั่งยืน - การควบรวม 3BB (3BB Integration)
จากความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ 3BB ในปี 2566 ในปี 2567 เอไอเอสได้ดำเนินการผสานการทำงานระหว่าง 3BB และเอไอเอส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และการจัดการต้นทุน พร้อมทั้งยกระดับการส่งมอบประสบการณ์ การใช้งานและคุณภาพที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้าอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ - ระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem)
จากจุดมุ่งหมายในการส่งมอบบริการที่ครอบคลุมวิถีชีวิตดิจิทัลของลูกค้า เอไอเอสยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม เพื่อพัฒนาและ ส่งมอบบริการและสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมวิถีชีวิตดิจิทัลของลูกค้า ตลอดจนสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และเติบโตร่วมกัน - บุคลากรดิจิทัล (Digital Talent)
บุคลากรเป็นส่วนสำคัญสำหรับความสำเร็จขององค์กร ปีที่ผ่านมา เอไอเอสได้เปิดโอกาสการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ AIS Digital Talent มุ่งส่งเสริมการพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญ และความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากร ในองค์กร สร้างการเติบโตทางอาชีพ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของเอไอเอสอย่างยั่งยืน
สร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืน สร้างผลตอบแทนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เอไอเอสสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านการเงินที่มั่นคงและเติบโตได้ พร้อมทั้งส่งมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญดังนี้
- รายได้การให้บริการหลักเติบโตกว่าร้อยละ 17 และกำไรสุทธิเติบโตร้อยละ 21
จากการเติบโตของความต้องการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ - จ่ายเงินปันผลจำนวน 31,556 ล้านบาท เป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากปี 2566 คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิ และเป็นการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องเป็นปีที่ 25
- ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน
เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและการเงิน พร้อมรักษาระดับอัตราการก่อหนี้ต่อ EBITDA ที่ระดับ 2.2 เท่า จากการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
ในปี 2568 เอไอเอสพร้อมสร้างการเติบโตด้านผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเติบโตรายได้การให้บริการหลักร้อยละ 3-5 ตั้งเป้ากำไร EBITDA เติบโตร้อยละ 3-5 และตั้งเป้าหมายงบลงทุนที่ 26,000 - 27,000 ล้านบาท เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ ด้านการให้บริการ และสร้างการเติบโตที่มั่นคง
การกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกเหนือจากการสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและผลสำเร็จทางการเงิน เอไอเอสยังคงยกระดับกระบวนการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีตามมาตรฐานสากล ด้วยความยึดมั่นในจริยธรรมองค์กรในทุกมิติของ การดำเนินงาน
แนวทางสำคัญประกอบด้วย:
- ระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
เอไอเอสได้ยกระดับแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมกลไกการทำงานให้เป็นระบบที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น อาทิ การปรับปรุงเชิงรุกเกี่ยวกับนโยบายและ แนวปฏิบัติภายในสำหรับการพิจารณาการลงทุนและการจัดการด้านทรัพย์สิน การจัดการด้านการเงิน รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยงกันและรายการระหว่างกัน - ความโปร่งใสและถูกต้อง
เอไอเอสให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและถูกต้องในกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด อาทิ การเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัทและการจัดให้มีช่องทางการสื่อสาร รวมถึงช่องทางร้องเรียนสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และชุมชน เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม - การยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Corporate Governance)
มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยในปีที่ผ่านมา เอไอเอสยังคงได้รับรองการต่ออายุเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
การพัฒนาอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
เอไอเอสยังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามกรอบกลยุทธ์ความยั่งยืน ที่ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้
- ขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ เอไอเอสเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้านไซเบอร์เพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้า รวมถึงการพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน เพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบทบาทสำคัญของเอไอเอสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
- สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม
เอไอเอสมุ่งมั่นสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง ผ่านการขยายโครงข่าย 5G ไปยังพื้นที่ห่างไกล พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในโครงข่ายด้วยโครงการ Green Energy, Green Network นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เช่น โครงการ “อุ่นใจตัดสายโจร *1185#” ที่ช่วยปกป้องสังคมไทยจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ - ยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม
เอไอเอสให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ได้ยกระดับการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงวางแผนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว เอไอเอสยังคงดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายในการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีโดยปราศจากการฝังกลบ
สุดท้ายในนามคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตร เอไอเอสขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนเอไอเอสมาโดยตลอด เรามุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ส่งมอบผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และสนับสนุนให้ภาคเศรษฐกิจและประเทศไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ด้วยความนับถือ
ประธานกรรมการบริษัท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

วิสัยทัศน์ พันธกิจ
วิสัยทัศน์
มุ่งขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัลที่ยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
พันธกิจ
เติมเต็มการใช้ชีวิตและธุรกิจด้วยความเชื่อมั่น ในโครงข่ายดิจิทัลล้ำสมัยและประสบการณ์เหนือระดับ
เป้าหมาย
การสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก
การต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย
พัฒนารากฐานสำคัญขององค์กร

ความเร็วสูง
ส่วนแบ่งตลาด
เชิงรายได้ในปี 2567
49%
ส่วนแบ่งตลาด
เชิงผู้ใช้บริการในปี 2567
48%
ส่วนแบ่งตลาด
เชิงรายได้ปี 2567
46%
ส่วนแบ่งตลาด
เชิงผู้ใช้บริการในปี 2567
47%
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร

โซลูชันดิจิทัล
ด้วยโครงข่ายการเชื่อมต่อ และ 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ

การเชื่อมต่อลูกค้าองค์กร
บริการอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูงสำหรับลูกค้าองค์กรและวงจรสื่อสารแบบไพรเวท

คลาวด์สำหรับธุรกิจ
บริการจัดเก็บข้อมูล รองรับกลุ่มลูกค้า Hyperscale และบริการคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในประเทศ

พารากอน แพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์มรวมศูนย์การบริหารจัดการเครือข่าย 5G ที่รวมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันยุคใหม่
ไปด้วยกัน
การจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
และสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์
เป็นผู้จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศรวมถึงอุปกรณ์เสริม และสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ด้วยจุดเด่นด้านช่องทางการจำหน่ายที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งร้านค้าที่บริหารโดยเอไอเอสเองตลอดจนตัวแทนจำหน่ายรายเล็กและรายใหญ่ที่ครอบคลุมช่องทางสำหรับลูกค้าหลากหลายระดับ
บริการดิจิทัล
บริการความบันเทิงและคอนเทนต์

วีดิโอแพลตฟอร์ม
บริการคอนเทนต์ชั้นนำที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ กีฬา การ์ตูน สตรีมมิ่งคอนเทนต์ รวมแอพพลิเคชันความบันเทิงระดับโลกและเอเชีย

เกมมิ่ง แพลตฟอร์ม
บริการสำหรับเกมเมอร์ทั้งแพลตฟอร์มเติมเกม และการเล่นเกมผ่านระบบคลาวด์

myAIS
แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการสำหรับลูกค้าเอไอเอส บนผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านเลขหมายต่อเดือน
บริการการเงินดิจิทัล

บริการด้านประกันภัย คลอบคลุมประกันภัยการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ และประกันชีวิต

ประกันรถยนต์ขับดี FlexiDrive จากการนำเทคโนโลยี IoT มาติดตั้งในรถยนต์เพื่อวัดระยะการขับ

ธุรกิจของเรา

ความเร็วสูง
วิสัยทัศน์
“ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ”
วัตถุประสงค์
เอไอเอสได้กำหนดพันธกิจองค์กร “เติมเต็มการใช้ชีวิตและธุรกิจด้วยความเชื่อมั่น ในโครงข่ายดิจิทัล ที่ล้ำสมัยและประสบการณ์ที่เหนือระดับ” เพื่อสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคม และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ
เป็นระยะเวลากว่า 34 ปีที่เอไอเอสให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแก่สังคมไทย เริ่มต้นจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้สัญญาสัมปทานในปี 2533 ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพการให้บริการและสัญญาณที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2558 เอไอเอสได้ขยายบริการสู่อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสง 100% โดยมีจุดเด่นด้านคุณภาพการให้บริการและการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว ในปี 2561เอไอเอสได้เข้าซื้อกิจการบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ทำให้เอไอเอสขยายขอบเขตการให้บริการลูกค้าองค์กรจากบริการด้านโทรคมนาคมไปยังเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจอย่างครบวงจร และด้วยความตั้งใจในการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกระดับ เอไอเอสได้ขยายการให้บริการไปยังบริการด้านดิจิทัล ที่มากกว่าการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย บริการวิดิโอคอนเทนต์ และบริการการเงินดิจิทัล
ปัจจุบัน เอไอเอส ในฐานะ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับผ่าน 5 ธุรกิจ ได้แก่
- บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการด้วยเทคโนโลยี 4G และ 5G ภายใต้แบรนด์ ‘เอไอเอส’ ให้บริการระบบรายเดือน, บริการระบบเติมเงิน, และบริการโทรข้ามแดนอัตโนมัติ หรือโรมมิ่ง ซึ่งมีผู้ให้บริการโครงข่ายที่เป็นคู่ค้าในกว่า 240 ปลายทางทั่วโลก
- บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ภายใต้แบรนด์ “AIS 3BB Fibre 3” ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ลูกค้าครัวเรือนและลูกค้าองค์กรธุรกิจ
- บริการลูกค้าองค์กร ให้บริการดิจิทัลโซลูชั่นสำหรับภาคธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ ‘AIS Business’ ครอบคลุมบริการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและโครงข่าย (EDS) รวมถึงโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิเช่น คลาวด์ (Cloud), ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), และบริการด้านไอซีที (ICTsolution) ให้กับลูกค้าองค์กรธุรกิจตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึง SMEs
- การจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัล จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เสริมและสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ไปจนถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
- บริการดิจิทัลเซอร์วิส ให้บริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตดิจิทัลของผู้บริโภค อาทิเช่น บริการความบันเทิงและคอนเทนต์ บริการการเงินดิจิทัล
ดำเนินงานภายใต้ระบบใบอนุญาตผ่านการกำกับดูแลของ กสทช.
เอไอเอสเริ่มต้นดำเนินงานภายใต้ระบบสัญญาร่วมการงาน หรือสัมปทาน ซึ่งเอไอเอสได้รับสิทธิในการใช้คลื่นความถี่จากหน่วยงานของรัฐภายใต้สัญญาในรูปแบบ สร้าง-โอน-ดำเนินการ (Built-Transfer-Operate) ตั้งแต่ปี 2533 มีระยะเวลา 25 ปี ต่อมาในปี 2553 มีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐในการกำกับดูแลธุรกิจกระจายเสียงและโทรคมนาคม เป็นผู้จัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ใบอนุญาตในการประกอบกิจการ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ที่การดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมเข้าสู่ระบบใบอนุญาต เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ธุรกิจของเอไอเอสส่วนใหญ่โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดำเนินการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ทั้งนี้ เอไอเอส ผ่านบริษัทย่อย ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและมีใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ได้แก่ ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ และย่าน 2600, 2100, 1800, 900, 700 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีอายุใบอนุญาตโดยเฉลี่ยประมาณ 15 ปี เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ กสทช.จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อจัดสรรใหม่โดยการประมูลคลื่นความถี่ต่อไปเอไอเอสมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต การสบทบเงินเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ และค่าธรรมเนียมการใช้เลขหมายแก่ กสทช.โดยรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของรายได้การให้บริการในแต่ละปี
มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิดความยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงการเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสาร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของบริบทโลก พร้อมทั้งนำพาทุกคนในสังคมไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง โดยเอไอเอสมีกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 ด้านเพื่อมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว ประกอบไปด้วย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างการเข้าถึงดิจิทัลเพื่อสังคม และการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างคุณค่าด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาในทุกภาคส่วนให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ลูกค้าองค์กรและอื่น ๆ
รายได้รวม (ล้านบาท)
เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ของ TTTBB การเติบโตรายได้การให้บริการหลัก และรายได้ขายอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น
กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิ
(ล้านบาท, อัตรากำไร)
เติบโตสอดคล้องกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรก่อนภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (EBITDA)*
(ล้านบาท, อัตรากำไร EBITDA MARGIN)
เพิ่มขึ้นจากการรับรู้กำไร EBITDA ของ TTTBB การขยายตัวของธุรกิจหลัก และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 3BBIF
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
(ล้านบาท)
สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
กระแสเงินสดอิสระ
(ล้านบาท)
กระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง ส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
หนี้สินสุทธิต่อ EBITDA*
(เท่า)
ความคล่องตัวทางการเงินแข็งแกร่ง สำหรับการเติบโตในอนาคต
อัตราผลตอบแทนของ ส่วนผู้ถือหุ้น
(%)
เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของกำไรโดยมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
เงินปันผล
(บาท/หุ้น)
เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของกำไรส่งมอบผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
รายงานทางการเงิน
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการ, การรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน, รายงานของผู้สอบบัญชี, หมายเหตุประกอบงบการเงิน ได้ที่นี่
ข้อมูลเพิ่มเติมผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567 และแนวโน้มในปี 2568
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปี 2567
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ปี 2568 อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการให้บริการดิจิทัล คาดว่าจะยังคงทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการใช้งานข้อมูลและการมุ่งเน้นคุณภาพ
ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคงทิศทางการเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าในผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรธุรกิจคงแนวโน้มเติบโตจากความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567 และแนวโน้มในปี 2568

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
49%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
48%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการ
ภาวะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่: ส่วนแบ่งการตลาดปี 2567
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
46%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
47%
ส่วนแบ่งตลาดเชิงผู้ใช้บริการ
ภาวะอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: ส่วนแบ่งการตลาดปี 2567
ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขันในปี 2567
อุตสาหกรรมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโต อย่างระมัดระวัง
ในปี 2567 เศรษฐกิจไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคการส่งออกจะชะลอตัวจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในต่างประเทศ ที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทยประกอบด้วยผู้ให้บริการหลัก 2 รายและรัฐวิสาหกิจ 1 ราย (บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘เอ็นที’) ในปี 2567 รายได้ของอุตสาหกรรมเติบโตขึ้น 4% จากปี 2566 มีมูลค่า 300,000 ล้านบาท จากความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพและการส่งเสริมการใช้งาน 5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของประชากรไทย โดยผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด
5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของประชากรไทย โดยผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด ผู้ให้บริการยังได้มุ่งเน้นนำเสนอแพ็กเกจบริการเสริมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อาทิ แพ็กเกจพ่วงคอนเทนต์ความบันเทิง แพ็กเกจร่วมกับบริการวิดิโอสตรีมมิ่งและแพ็กเกจเสริมรายวัน เป็นต้น ประกอบกับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้งานทั้งอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปี 2566 โดยมีจำนวนเลขหมายทั้งสิ้น 96 ล้านเลขหมาย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 145 ของจำนวนประชากรไทย
ด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและบริการ การขยายตัวของการใช้งาน 5G และการนำเสนอบริการเสริมที่หลากหลายส่งผลให้เอไอเอสมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เติบโตขึ้นร้อยละ 2.0 และผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 สามารถเติบโตรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่าร้อยละ 4.8 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้อุตสาหกรรม โดย ณ สิ้นปี 2567 เอไอเอสยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเชิงผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 48 1 และส่วนแบ่งการตลาดในเชิงรายได้ที่ร้อยละ 49 2
1 ไม่รวมผู้ใช้บริการจากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (‘เอ็นที’)
2 ไม่รวมรายได้จากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (‘เอ็นที’)
อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานในพื้นที่ใหม่
ณ สิ้นปี 2567 อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีมูลค่าอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2566 กว่าร้อยละ 2 จากการขยายตัวของชุมชนเมืองในประเทศไทย ที่ส่งผลให้ความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลสื่อสารดิจิทัลสูงขึ้น ในขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมค่อนข้างทรงตัว ผู้ให้บริการให้ความสำคัญกับการนำเสนอบริการด้วยคุณภาพ และบริการเสริมที่หลากหลายมากกว่าอินเทอร์เน็ตบ้านในรูปแบบเดิม ด้านผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10.6 ล้านครัวเรือน เติบโตขึ้นร้อยละ 2.5 จาก ณ สิ้นปี 2566 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อครัวเรือนไทยที่ร้อยละ 36 (จากจำนวนครัวเรือนไทยทั้งสิ้น 29 ล้านครัวเรือน*) และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ของอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2566 สอดคล้องกับภาพการแข่งขันที่ทรงตัวและการมุ่งเน้นบริการเสริมด้านดิจิทัล
ในปีที่ผ่านมาธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของเอไอเอสได้มุ่งเน้นไปที่กระบวนการควบรวมกับ ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2566 โดยให้ความสำคัญการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน การนำเสนอแพ็กเกจที่หลากหลายเพื่อสร้างประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม และการนำเสนอแพ็กเกจที่มีบริการครบวงจรทั้งอินเทอร์เน็ตบ้านคุณภาพสูงและคอนเทนต์ความบันเทิง โดย ณ สิ้นปี 2567 เอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกว่า 5.0 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้น 267,000 ครัวเรือน หรือร้อยละ 5.6 จากสิ้นปี 2566 และมีรายได้เติบโตขึ้นร้อยละ 116 มีส่วนแบ่งการตลาดเชิงผู้ใช้งานและเชิงรายได้ที่ร้อยละ 47 และร้อยละ 46 ตามลำดับ
บริการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของภาคธุรกิจไทย
อุตสาหกรรมการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับลูกค้าองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 10 และมีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 160,000 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของความต้องการใช้งานดิจิทัลในองค์กร แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกโดยรวมจะฟื้นตัวได้จำกัด สำหรับบริการหลักที่ยังคงมีความต้องการสูง ได้แก่ บริการโครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Internet of Things หรือ IoT) และบริการด้าน Ai เป็นต้น โดยที่บริการเหล่านี้เป็นโอกาสแก่ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่มีฐานลูกค้าองค์กรอยู่แล้วสามารถสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่กลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ร่วมกับการจับมือเป็นพันธมิตรคู่ค้าระดับโลกที่จะช่วยนำสินค้าและบริการเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มการนำเสนอสู่ลูกค้าองค์กรได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
สำหรับเอไอเอสได้มุ่งเน้นการให้บริการสำหรับลูกค้าองค์กรด้วยบริการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อข้อมูล อาทิ โครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล EDS โครงข่าย 5G สำหรับธุรกิจ คลาวด์และศูนย์ข้อมูล ต่อยอดด้วยบริการโซลูชั่นเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานในธุรกิจ ซึ่งอำนวยความสะดวกในการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงานแบบครบวงจร กลยุทธดังกล่าวส่งผลให้รายได้จากการให้บริการลูกค้าองค์กรที่ไม่รวมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Enterprise non-mobile business) ของเอไอเอสสามารถเติบโตได้กว่า 22% จากปี 2566
แนวโน้มในปี 2568
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการใช้งานข้อมูลและการมุ่งเน้นคุณภาพ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปี 2567 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คาดการณ์การขยายตัว GDP ไทยปี 2568 อยู่ระหว่างร้อยละ 2.3 - 3.3 3 จากการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายภาครัฐ การขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวสู่ระดับก่อนโควิด-19 แม้จะมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนไทยในระดับสูงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่คาดว่าจะเติบโตตามความต้องการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น และจากการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐซึ่งจะส่งผลดีต่อการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่จะส่งผลดีต่อการใช้งานระหว่างประเทศและบริการโรมมิ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้กลุ่มอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะที่การแข่งขันในปีหน้าคาดว่าจะยังคงทรงตัว โดยผู้ให้บริการยังมุ่งเน้นไปที่การแข่งขันนำเสนอบริการด้วยคุณภาพ บริการเสริมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการดิจิทัลของผู้ใช้งาน และการมุ่งเน้นสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความคุ้มค่าและได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สูงขึ้น
แนวโน้มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอสในปี 2568 ยังคงมุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ ด้วยการส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูงที่ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยคุณภาพโครงข่าย 5G เทคโนโลยีขั้นสูง และมุ่งเน้นนำเสนอแพ็กเกจที่เหมาะสมต่อลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
3 ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สามของปี 2567 และแนวโน้มปี 2567 – 2568 วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคงทิศทางการเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าในผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
ตลาดอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังคงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมดิจิทัล ร่วมกับอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบ้านต่อจำนวนครัวเรือนในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณร้อยละ 37 แสดงให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตจากการขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ในขณะที่แนวโน้มการแข่งขันด้านในปี 2568 คาดว่าจะทรงตัวโดยผู้ให้บริการมุ่งเน้นการนำเสนอแพ็กเกจด้วยคุณภาพและบริการหลากหลาย อาทิ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้านร่วมกับการพ่วงวิดิโอคอนเทนต์ แพ็กเกจความเร็วสูงสำหรับผู้เล่นเกมส์ อุปกรณ์เชื่อมต่อบ้านอัจฉริยะ (IoT Smart Home Solution) เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการยุคดิจิทัลของผู้บริโภค ทำให้แนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการและมูลค่าอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอไอเอสตั้งเป้าหมายการเติบโตในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มากขึ้นกว่า 5.0 ล้านครัวเรือนทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่และบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม สอดรับกับความต้องการดิจิทัลของลูกค้า และจากการผสานโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่มีความครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 20 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่ใหม่ เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตรายได้ให้แก่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของเอไอเอส
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรธุรกิจคงแนวโน้มเติบโตจากความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ
เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภาคธุรกิจไทยที่นำดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกยังได้ขยายการลงทุนในประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายไทย ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้มีความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น โครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูล บริการคลาวด์ และศูนย์ข้อมูล (Cloud and Data Center) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างโอกาสในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าองค์กรธุรกิจในอนาคต
เอไอเอสมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรในปี 2568 และยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลในภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับบริการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อ เช่น เทคโนโลยีโครงข่ายการเชื่อมต่อคุณภาพสูง บริการคลาวด์ผ่านพันธมิตรระดับโลก และบริการศูนย์ข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เอไอเอสยังมีการนำเสนอแพลตฟอร์มและโซลูชันดิจิทัลที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเติบโตไปด้วยกันระหว่างเอไอเอสและลูกค้าองค์กร

เป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ
ด้วยพันธกิจ “เติมเต็มการใช้ชีวิตและธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นในโครง ข่ายดิจิทัลที่ล้ำสมัยและประสบการณ์ที่เหนือระดับ” เอไอเอสให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตทางรายได้และให้ผลตอบแทนแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ผู้ใช้บริการ
เป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

เป้าหมาย
ด้วยพันธกิจ “เติมเต็มการใช้ชีวิตและธุรกิจด้วยความเชื่อมั่น ในโครงข่ายดิจิทัลที่ล้ำสมัยและประสบการณ์ที่เหนือระดับ” เอไอเอสให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตทางรายได้และให้ผลตอบแทนแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ผู้ใช้บริการ ผ่านเป้าหมายที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
- การสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก (Optimizing Revenue Potential)
- การต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย (Pivoting for Enhanced & New Revenue Stream)
- พัฒนารากฐานสำคัญขององค์กร (Operational Excellence)
กลยุทธ์ในการดำเนินงาน
เอไอเอสได้กำหนดกรอบกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการบรรลุตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ดังนี้
- สร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก (Optimizing Revenue Potential)
มุ่งเสริมสร้างความสามารถการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจในการใช้สินค้าและบริการของเอไอเอส ใน 3 บริการหลัก- โทรศัพท์เคลื่อนที่ มุ่งเน้นการคงความเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่าย 5G เพื่อส่งมอบบริการคุณภาพสูงสำหรับลูกค้าทั้งการใช้งานทั่วไปและองค์กรธุรกิจ ผลักดันการใช้งาน 5G ควบคู่กับบริการเสริมที่หลากหลายเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานดิจิทัล
- อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คงสถานะผู้นำตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขยายฐานลูกค้าผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ที่ครอบคลุมกว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ส่งมอบบริการที่มากกว่าอินเทอร์เน็ตบ้านในรูปแบบเดิม ด้วยสินค้านวัตกรรมใหม่และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานจากการผสานกระบวนการทำงานกับ 3BB
- บริการลูกค้าองค์กร มุ่งมั่นขับเคลื่อนการใช้งานดิจิทัลให้แก่ภาคธุรกิจไทย ต่อยอดจากการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐาน ด้วยการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูลคุณภาพสูง ร่วมกับบริการเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร สร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
- การต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย (Pivoting for Enhanced & New Revenue Stream) เอไอเอสมองเห็นโอกาสในการนำเสนอบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการดิจิทัลของลูกค้า โดยใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้ากว่า 50 ล้านเลขหมายที่ใช้บริการเอไอเอส และช่องทางการขายที่ครอบคลุม โดยมุ่งหวังให้เป็นแหล่งรายได้หลักที่หลากหลายในระยะยาว อาทิ การจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์และบริการดิจิทัลเซอร์วิสที่ประกอบด้วยบริการด้านความบันเทิงและคอนเทนต์ บริการทางการเงินดิจิทัลและประกัน เป็นต้น
- พัฒนารากฐานสำคัญขององค์กร (Operational Excellence) มุ่งยกระดับประสิทธิภาพด้านต้นทุน และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานเหนือระดับแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยการพัฒนารากฐานสำคัญ 3 ส่วน ดังนี้
- ทรัพยากรมนุษย์ (People) มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
- ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) จัดโครงสร้างและออกแบบระบบสารสนเทศ พัฒนาประสิทธิภาพด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สร้างระบบการทำงานอัตโนมัติ เพื่อการส่งมอบบริการที่รวดเร็วและปลอดภัยแก่ลูกค้า รองรับการเติบโตทางธุรกิจ
- ระบบโครงข่าย (Network) รักษาสถานะผู้นำด้านคุณภาพโครงข่าย ด้วยการพัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ยกระดับประสิทธิภาพด้วยการใช้นวัตกรรมโครงข่ายอัตโนมัติ (Autonomous network) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่สูงขึ้น รองรับการเติบโตของการใช้งานข้อมูล
ความสำเร็จในปี 2567
ระดับโลก
Copyright ©2024 Sustainalytics. All rights reserved.
- Best Companies to Work for in Asia 2024
- HR Asia DEI Award
- HR Asia Sustainable Workplace Award
ระดับประเทศ
การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล
กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเอไอเอส
“สร้างการเติบโตร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อมในโลกดิจิทัล”
- สร้างคุณค่าให้แก่สังคมทุกกลุ่ม
- ความเหมาะสมและความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์


รายงานการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนประจำปี 2567
ดูเพิ่มเติมกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเอไอเอส

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเอไอเอส
เอไอเอสมีแนวคิดและนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมด้านธรรมาภิบาล เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท "มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกันกับพันธมิตรทางธุรกิจ"จึงได้กำหนดทิศทางในการ"มุ่งมั่นสร้างการเติบโตร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อมในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน" พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐที่สำคัญในมิติต่าง ๆ และใช้กลยุทธ์ 3 ด้านเป็นแนวทางปฏิบัติประกอบด้วย "การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ" "การสร้างการเข้าถึงดิจิทัลเพื่อสังคม" และ "การยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม" โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนในด้านโอกาสและความเสี่ยงรวมถึงคำนึงถึงผลกระทบเชิงการเงินในระยะยาว ซึ่งครอบคลุม 7 ประเด็น ได้แก่ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการ บริการด้านดิจิทัล การปกป้องระบบสารสนเทศและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า การพัฒนาและดูแลบุคลากรแบบองค์รวมการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมทุกกลุ่มความเหมาะสมและความปลอดภัยในการใช้อินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์การรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี
เป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน
เอไอเอสกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 7 เรื่อง ภายใต้กลยุทธ์ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้
ขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
- มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการด้านดิจิทัล
สามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่โดยให้มีสัดส่วน ร้อยละ 7 ของรายได้จากการให้บริการหลัก ภายในปี พ.ศ. 2570 - ปกป้องระบบสารสนเทศและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
- รักษามาตรฐานความปลอดภัยที่เทียบเท่าหรือดีกว่าธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
- ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเพื่อปกป้องห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจที่สำคัญ
- พัฒนาและดูแลบุคลากรแบบองค์รวม
พนักงานเอไอเอสมากกว่าร้อยละ 90 มีทักษะความเข้าใจและสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในปี พ.ศ. 2568

สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม

- สร้างคุณค่าให้แก่สังคมทุกกลุ่ม
พัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวน 5 ล้านคน ภายในปี พ.ศ. 2570 - ความเหมาะสมและความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์
เสริมสร้างความเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างแข็งแกร่งให้กับประชาชาชนจำนวน 3 ล้านคน ผ่านดิจิทัลโซลูชันและเครื่องมือต่าง ๆ ภายในปี พ.ศ. 2570
ยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม
- การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions intensity) โดยคิดจากสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง (GHG scope 1) และทางอ้อม (GHG scope 2) รวมกันต่อปริมาณการเชื่อมต่อโครงข่ายลงร้อยละ 25 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567 - ลดและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี
บริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีโดยปราศจากการฝังกลบอย่างต่อเนื่อง






